Archive for February, 2012

เคล็ดลับในการดูแลสุขภาพเล็บ

Thursday, February 23rd, 2012

 เคล็ดลับในการดูแลสุขภาพเล็บ

สำหรับเล็บมือ และก็เล็บเท้านั้น ก็จะช่วยให้เราสามารถ ที่จะหยิบจับอะไรก็สะดวกขึ้น และถ้าเล็บของเรานั้นมีสุขภาพที่ดี เวลาที่จะหยิบ หรือว่าจับอะไร ก็จะทำให้น่าดูและก็น่ามอง และในวันนี้เราก็มีวิธี ในการดูแลสุขภาพเล็บ มาให้คุณสาว ๆ ลองนำปฏิบัติกันค่ะ

สำหรับการควรทำความสะอาดเล็บนั้น คุณควรจะใช้แปรงที่มีขนนุ่ม ๆ  และสบู่อ่อน ๆ นำมาทำความสะอาดเล็บ โดยการถูด้านบน และก็ด้านล่างเล็บด้วยค่ะ

 คุณควรที่จะตัดเล็บมือ อยู่เป็นประจำประมาณ 1 ครั้ง/สัปดาห์ และเล็บเท้านั้น ควรจะตัด2-3 ครั้ง/สัปดาห์ และคุณไม่ควรที่จะตัดเล็บ ตรงด้านข้างของซอกเล็บ จนมากเกินไป มันอาจจะทำให้คุณเป็นเล็บขบก็ได้ค่ะ

คุณควรจะทานอาหารที่มีประโยชน์ ตามหลักโภชนาการ เพื่อที่เล็บจะได้มีสุขภาพที่แข็งเรง อย่างเช่น ไบโอติน หรือว่าอิโนซิทอล รวมถึงวิตามินBรวม หรือแม้แต่สังกะสี อย่างนี้เป็นต้นค่ะ

 การทาโลชั่นบำรุงผิวมือ หรือว่าเล็บบ่อย ๆ ถ้าคุณจะต้องสัมผัสกับสารเคมี คุณก็ควรที่จะสวมถุงมือในทุกครั้งที่จะต้องสัมผัสค่ะ  และถ้าคุณนั้น จะต้องใช้เท้าในการสัมผัส คุณก็ควรที่จะใส่รองเท้าด้วยนะค่ะ

 วิธีการนวดนิ้วมือ และก็นวดเท้า โดยการใช้ครีมบำรุง หรือว่าน้ำมันบำรุงผิวอยู่บ่อย ๆ เพื่อที่จะได้เป็นการกระตุ้น ให้เลือดมีการไหลเวียน ตรงบริเวณมือและก็เท้าค่ะ

 สำหรับคนที่ชอบทาเล็บบ่อย ๆ  คุณก็ควรที่จะปล่อยให้เล็บ นั้นได้พักบ้างนะค่ะ เพราะว่าการใช้น้ำยาล้างเล็บ หรือว่าสีทาเล็บนั้น  มันจะทำให้เล็บของคุณนั้นอ่อนแอ และก็เปราะหักได้ง่ายอีกด้วยค่ะ

สำหรับเท้า คุณก็ควรที่จะเลือกรองเท้า เพื่อให้เหมาะกับเท้าของคุณ คุณไม่ควรที่จะเลือกแน่นเกินไป เพราะว่ามันจะทำให้คุณนั้น เป็นเล็บขบได้นะค่ะ และหลังจากที่คุณเลิกงาน คุณก็ลองหาโอกาส แช่เท้าในน้ำอุ่น ๆ นะค่ะ เพราะว่ามันจะช่วยทำให้คุณผ่อนคลายได้นะค่ะ

กินอย่างไร เพื่อบำรุงเล็บ

Thursday, February 16th, 2012

 กินอย่างไร เพื่อบำรุงเล็บ

โดยทั่วไปแล้วเล็บของคนเรา นั้นไม่ได้มีไว้ สำหรับความสวยงาม เพียงอย่างเดียว เล็มนั้นก็ยังมีประโยชน์ เพื่อช่วยในการปกคลุม และก็ช่วยป้องกันอันตราย ให้นิ้วมือและก็นิ้วเท้า และสำหรับปลายเล็บ ที่มีสุขภาพดี ๆ นั้น จะต้องเป็นเล็บ ที่มีความแข็งแรง และก็มีสีชมพูอ่อน ๆ และโดยปกติแล้ว เล็บมือนั้นจะยาวเร็ว กว่าเล็บเท้า และก็จะมีความยาวที่เร็ว อยู่ในช่วงอายุประมาณ 20-35 ปี พอหลังจากอายุ 35 ไปแล้ว เล็บก็จะยาวอย่างช้า ๆ  และนอกจากนี้ เล็บก็ยังสามารถบอกถึง ปัญหาด้านสุขภาพ ของร่างกายได้ เพราะฉะนั้น การที่ได้รับสารอาหารแล้ว นอกจากจะช่วยบำรุงสุขภาพ แล้วก็ยังสามารถบำรุงเล็บได้อีกด้วย

สำหรับวิธีการกินอาหาร คุณควรจะกินให้ครบทั้ง 5 หมู่ และจะต้องเลือกกินอาหารที่ มีความแตกต่างกันของมื้ออาหาร และวิตามินB 2 จะเป็นวิตามิน ที่สามารถช่วยให้เล็บนั้น มีความแข็งแรง และก็ไม่เปราะบาง และก็ไม่หักง่ายด้วย  วิตามีนB 2 นี้ จะพบได้ในพวกตับสัตว์ ในนม ในเนย ในถั่ว ในผักใบเขียว ในปลา และก็ในไข่ และอาหารพวกธัญพืช อย่างเช่น ในเมล็ดทานตะวัน ในฟักทอง จะช่วยในการป้องกันจุดด่างขาว ที่อาจจะเกิดตรงเล็บมือได้ ส่วนในอาหารทะเล ก็อย่างเช่น ในเนื้อสัตว์ จะอุดมไปด้วย แร่สังกะสี และก็ยังช่วยป้องกัน การติดเชื้อของเล็บมือ เล็บเท้าได้อีกด้วย

ส่วนคนที่มีเล็บบาง  เล็บแบน หรือว่าเล็บงอน นั่นเป็นเพราะขาดธาตุเหล็กนั้นเอง ธาตุเหล็ก จะอยู่ในพวกเนื้อสัตว์ปีก มีอยู่ในปลา  และก็มีอยู่ในผักใบเขียว และซีลีเนียม จะสามารถช่วยป้องกัน เพื่อไม่ให้เล็บนั้นเป็นคลื่น และก็เป็นริ้วได้  โดยหาได้จากหอย ได้จากซีเรียล และก็ได้มาจากธัญพืชชนิดต่าง ๆ

และอาหารที่คุณ ควรจะหลบหลีก เพื่อที่จะให้เล็บของคุณ นั้นดูสวยงาม คือ การดื่มชา เป็นเพราะว่า สารแทนนิน ที่อยู่ในชานั้น จะไปขัดขวาง การดูดซึม ของธาตุเหล็ก  กินอาหารที่มี ไขมันสูง ให้น้อยลง อย่างเช่น คาร์โบไฮเดรตสูง พวก แป้ง และก็น้ำตาล และก็การดื่มแอลกอฮอล์ ชนิดต่าง ๆ  เพราะว่ามันจะไปทำลาย การดูดซึม ของวิตามินB 2 สิ่งเหล่านี้ถ้ากินมากเกินไปก็ไม่ดีต่อสุขภาพคุณ และก็เล็บของคุณด้วย

วิธีการดูแลสุขภาพเท้า

Friday, February 10th, 2012

วิธีการดูแลสุขภาพเท้า

 

ปัญหาของเท้าที่เราพบบ่อย ๆ คือ  เดินไม่ที่สบายเท้า, อาการปวดฝ่าเท้า, อาการปวดส้นเท้า, อาการรองเท้ากัด, มีแผลที่เท้า, มีอาการปวดบวมแดงหลังจากเล่นกีฬา, อาการเล็บขบ, ปัญหาหนังด้านแข็ง, ปัญหาตาปลา, เท้าที่ผิดรูป อย่างเช่น เท้าโก่ง, เท้าแบน, แผลจากโรคเบาหวาน, มีความรู้สึกว่าใส่รองเท้าคู่ประจำแล้วไม่สบายเท้า

วิธีการดูแลสุขภาพเท้า

วิธีที่ 1 ให้คุณล้างเท้าด้วยน้ำสบู่ และก็น้ำสะอาด หลังจากนั้นก็ให้ใช้ผ้าสะอาดซับให้แห้ง ในทุกซอกและก็ทุกมุม

วิธีที่ 2. คุณจะต้องสำรวจดูเท้าคุณทุกวัน ว่ามันมีบาดแผลอยู่หรือไม่ ด้วยวิธีการส่องกระจก

วิธีที่ 3. ให้คุณทาครีมหรือว่าทาโลชั่น ให้ทั่วบริเวณหลังเท้าและก็บริเวณฝ่าเท้า เพื่อให้เท้ามีความชุ่มชื้น และจะต้องหลีกเลี่ยงตรงซอกของนิ้วเท้า

วิธีที่ 4. ให้คุณหาเลือกซื้อถุงเท้าที่เป็นผ้าฝ้าย เพื่อที่จะระบายความร้อนได้ดีขึ้น

วิธีที่ 5. คุณจะต้องเลือกใส่รองเท้าหุ้มส้น ที่พอดีกับเท้าคุณ ไม่คับหรือว่าไม่หลวมจนเกินไป

วิธีที่ 6. อย่าพยายามแช่เท้าในน้ำอุ่น หรือว่าน้ำร้อน เพราะว่าจะทำให้เท้าของคุณพุพองขึ้นได้

วิธีที่ 7. วิธีการตัดเล็บ คุณจะต้องตัดในแนวตรง และก็ตะไบตรงมุมเล็บ เพื่อเป็นการป้องกัน การเกิดเล็บขบ หรือว่าจะให้ช่างเป็นคนตัดเล็บให้ก็ได้

วิธที่ 8. ให้คุณนวดเท้าบ่อย ๆ เพื่อที่จะให้เลือดนั้นมีการไหลเวียนได้ดีขึ้น

วิธีที่ 9. พยายามอย่าสูบบุหรี่ เพราะว่าจะทำให้เป็นโรคเส้นเลือดตีบได้

วิธีที่ 10. ถ้าคุณพบว่าคุณมีแผลตรงเท้า คุณควรจะรีบไปหาหมอทันที อย่านิ่งนอนใจเป็นอันขาด

 

 วิธีการเลือกรองเท้าให้เหมาะกับคุณ

 คุณจะต้องเลือกรองเท้าให้เหมาะกับกิจกรรมที่คุณจะทำ

ให้คุณเลือกพื้นรองเท้าที่อยู่ข้างในที่มันนุ่ม ๆ เพื่อจะช่วยลดแรงกดของฝ่าเท้าได้ รวมถึงแรงกระแทกต่าง ๆ

ให้เลือกใส่รองเท้าที่ไม่คับ หรือว่าไม่หลวมมากจนเกินไป

ให้คุณเลือกซื้อรองเท้า ที่สามารถปรับความกระชับให้เข้ากับเท้าคุณได้ อย่างเช่น รองเท้าที่มีเชือกผูก หรือว่ารองเท้าที่มีสายกระชับ

คุณควรจะเลือกซื้อรองเท้าในตอนบ่าย เพราะว่าเป็นเวลาที่เท้าเราจะขยายตัวมากที่สุดเลย

ในการดูแลเอาใจใส่ อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายเป็นที่สิ่งสำคัญ และเท้าก็เป็นอวัยวะเราใช้งานมากเลยทีเดียว ถ้าหากว่าเกิดอันตรายขึ้นกับเท้าแล้ว ก็หมายถึงว่า เราไม่มีความสุขสบายแล้ว และอาจจะทำให้เราพิการได้ เพราะฉะนั้นเราจึงจะต้องเริ่มดูแลเท้ากัน

การระคายเคืองตา

Sunday, February 5th, 2012

 การระคายเคืองตา

                ถ้าเกิดว่าคุณมีอาการระคายเคืองตาไม่มากนัก และยาหยอดตาที่เราหาซื้อได้ทั่วไปนั้น จะสามารถช่วยลดอาการตาแดงได้ และก็ยังช่วยบรรเทาอาการได้บ้างเท่านั้น  แต่ว่าอาจจะเป็นการเสี่ยง เพราะว่าถ้าเกิดมีโรคตาร้ายแรงที่ซ่อนเร้นอยู่ข้างใน และอาการระคายเคืองตานั้น สามารถเกิดได้จากหลาย ๆ สาเหตุ  เริ่มตั้งแต่ฝุ่นละออง และก็ควันรวมไปถึงการเป็นหวัด และก็โรคภูมิแพ้ด้วย  บางรายที่อาการร้ายแรงนั้นคือจะมีขี้ตาออกมาด้วย อาจจะเป็นโรคเยื่อตาอักเสบ ที่เกิดจากการติดเชื้อก็ได้ซึ่งจะต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเท่านั้น  และสำหรับคนป่วยที่มีอาการเรื้อรังนั้น จะต้องได้รับการตรวจและก็วินิจฉัยโรคจากแพทย์เท่านั้น

และ ตัวยาที่มีอยู่ในยาหยอดตาทั่ว ๆ ไปนั้น จะไปช่วยหดหลอดเลือด ที่กำลังพองแดงจากการอักเสบนั้น  และยังสามารถช่วยบรรเทาอาการตาแดงได้ด้วย แต่ก็อาจจะไปบดบังอาการอื่น ๆ ได้ เช่น ปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นกับคนที่มักใช้เลนส์สัมผัส หรือว่าคนที่เป็นต้นหินได้ และบุคคลเหล่านี้นั้นควรที่จะไปพบแพทย์ หรือว่าจักษุแพทย์ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อยามาใช้เอง  และควรจะหยอดยาให้เป็นครั้งคราว เพราะว่าถ้าคุณหยอดยาพร่ำเพรื่อก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ ก็คือ ตานั้นจะมีอาการแดงมากขึ้นกว่าเดิม จึงทำให้ต้องหยอดยาบ่อย ๆ และก็มากขึ้นเรื่อย ๆ

คุณจะต้องระวังการใช้ยาหยอดตาทุกครั้ง เพื่อที่จะป้องกันการติดเชื้อได้  และทุกครั้งที่คุณเปิดขวดยาออกนั้น โอกาสที่ยาในขวดนั้นจะติดเชื้อมีมากขึ้น  และยาหยอดตาแบบบีบออกจากขวดนั้น จะเป็นแบบที่มีความปลอดภัยมากที่สุด และไม่ควรที่จะไปสัมผัสถูกตรงปลายที่หยอด  และยาหยอดตาแบบบีบที่ใช้กันนี้จะต้องระวังอย่าให้ปลายของหลอดนั้นสัมผัสกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นอันขาด  เราควรจะล้างมือก่อนและก็หลังหยอดยาทุกครั้ง และก็ระวังอย่าให้ปลายของหลอดยานั้น สัมผัสถูกกับลูกตาด้วย  และที่สำคัญอย่าใช้ยาร่วมกับผู้อื่นเด็ดขาด